กิจกรรมทางกายในบ้าน จะช่วยให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีได้ แม้ช่วงโควิด-19 ระบาด

ทำไมต้องมีกิจกรรมทางกายในช่วงโควิด-19

มาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เป็นมาตราที่ประเทศไทยเราใช้เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยการให้ประชาชนกักตัวอยู่ที่บ้าน ออกไปทำธุระนอกบ้านให้น้อยที่สุด หลายคนอาจได้อยู่ที่บ้านมานานเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือนแล้ว ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อ และเครียดได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมีโอกาสติดเชื้อและเสียชีวิตได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น ๆ ในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ผู้สูงอายุหลายคนสามารถออกไปเดินเล่น วิ่งออกกำลังกายได้ในสวนสาธารณะแถวบ้านทุกเช้าเย็น แต่ตอนนี้กลับไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมได้เหมือนเช่นเคย

แล้วเราจะทำอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้

การยังคงปฏิบัติกิจกรรมทางกาย การออกกำลังกายให้เป็นปกติเหมือนเดิมนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ว่าการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจะเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่สาธารณสุขให้ความสนใจเป็นอันดับแรกก็ตาม แต่การมีแนวทางในการให้ประชาชนยังคงรักษาการมีกิจกรรมทางกายหรือสนับสนุนให้มีกิจกรรมทางกายได้เป็นปกตินั้นยังมีไม่มากนัก ทั้งยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ถึงมาตรการที่ให้ประชาชนกักตัวอยู่ที่บ้านว่า มาตรการดังกล่าวอาจเป็นมาตรการที่ปลอดภัยก็จริง แต่มันส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อสุขภาพของประชาชน เนื่องจากการให้ประชาชนกักตัวอยู่แต่ในบ้าน ทำให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายลดลง และมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การมีพฤติกรรมเนือยนิ่งที่เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น คนที่ต้อง Work from home หรือ learning from home ก็จะใช้เวลาในการนั่งทำงานหรือนั่งเรียนมากกว่าตอนอยู่ที่ทำงานหรือที่มหาวิทยาลัย การนอนหรือเอนหลังดูโทรทัศน์ ดู Netflix Youtube หรือเล่นเกมเป็นเวลานานหลายชั่วโมงติดต่อกัน ส่งผลให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง พลังงานที่ใช้ในการเผาพลาญไขมันในร่างกายก็ลดลง และหลายคนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ในช่วงนี้ ดังนั้น การยังคงมีกิจกรรมทางกายที่ต่อเนื่องภายในบ้านหรือบริเวณบ้านของตนเองจึงเป็นข้อดีที่ควรปฏิบัติ เพราะนอกจากจะทำให้คนมีสุขภาพร่างกายที่ดีแล้ว ยังช่วยรักษาให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายทำงานได้ดีท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายในปัจจุบัน

กิจกรรมทางกายในบ้านทำได้อย่างไร

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่นนี้ การมีกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกายภายในบ้านหรือบริเวณรอบบ้านถือเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัย ทำง่าย เหมาะกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอย่าผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโควิด-19 ในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากมารวมตัวกัน ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของการมีกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกายที่บ้านให้เหมาะสมและตรงกับความต้องการของเราได้ โดยไม่จำกัดเฉพาะกิจกรรมที่เน้นเพื่อการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การควบคุมรักษาสมดุลของร่างกาย หรือการยืดเหยียดเท่านั้น หากแต่เป็นกิจกรรมง่ายๆ อย่างการเดินไปมาภายในบ้าน การเดินหรือปั่นจักรยานไปซื้อของที่ร้านค้าใกล้บ้านเท่าที่จำเป็น การเดินขึ้นลงบันได การทำความสะอาดบ้านอย่างกวาดบ้านถูพื้น การทำสวน รดน้ำต้นไม้ การลุกนั่ง วิดพื้น สควอต โดยใช้เก้าอี้ในการช่วยพยุงร่างกาย รวมถึงการออกกำลังกายแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ผู้สูงอายุ เนื่องจากใช้พื้นที่น้อย ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ ไม่ต้องออกแรงมาก ช่วยในเรื่องการทรงตัว ระบบการไหลเวียนเลือดและการหายใจ อย่างการทำ ไทชิ ชี่กง และโยคะ หรือการออกกำลังกายตามคลิปวิดีโอในอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน

อย่างไรก็ตามการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอนั้นควรกำหนดเป้าหมายให้มีกิจกรรมทางกายในระดับปานกลางและระดับหนักสะสมรวมกันให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 20-30 นาทีทุกวันซึ่งจะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายได้ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องสุขภาพจิตอย่างการลดความวิตกกังวลและความเครียดที่เกิดจากการต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลานานได้

แม้มาตรการการกักตัวอยู่ที่บ้าน และการปิดสวนสาธารณะต่าง ๆ จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ แต่การอยู่ที่บ้านเป็นเวลานานอาจส่งผลให้ประชาชนมีการเคลื่อนไหวร่างกายลดน้อยลง นำไปสู่การมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มมากขึ้น และมีกิจกรรมทางกายลดน้อยลงกว่าในช่วงสถานการณ์ปกติได้ ดังนั้น การยังคงปฏิบัติการมีกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยอย่างภายในบ้าน จึงถือเป็นกลยุทธ์ทางด้านสุขภาพที่สำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่มีสุขภาวะที่ดีได้ แม้ในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาดเช่นนี้

 

แหล่งอ้างอิง: https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2095254620300144?via%3Dihub