ชีวิตวิถีใหม่ ‘นักศึกษาออนไลน์’: Learning From Home อย่าลืม Fit From Home

ณัฐพร นิลวัตถา

       จากปกติ ชีวิตช่วงทำวิทยานิพนธ์ของตัวผู้เขียน ที่ต้องเดินทางไปมหาวิทยาลัยทุก ๆ วัน เพื่อไปนั่งทำงานในห้องสมุดบ้าง ร้านกาแฟบ้าง พบปะเพื่อนฝูงบ้าง แม้จะนั่งทำงานที่บ้านได้ แต่การได้นั่งทำงานท่ามกลางผู้คน ช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานได้ดีกว่าการนั่งเขียนงานอยู่บ้านคนเดียวเงียบ ๆ อย่างน้อยก็ขอให้ได้ออกไปพบปะผู้คน แลกเปลี่ยนเรื่องราวในชีวิตประจำวันซึ่งกันและกันกับกลุ่มเพื่อน หรือการเดินไปกินข้าวกลางวันที่โรงอาหารกับเพื่อน ๆ ก็สามารถเพิ่มความสุขและเพิ่มโอกาสที่จะได้ขยับร่างกายให้ตัวเองไม่ให้เนือยนิ่งจนมากเกินไป แต่เพื่อช่วยกันทำให้สถานการณ์การระบาดเลวร้ายน้อยลง การเก็บตัวอยู่ที่บ้านจึงเป็นสถานการณ์ที่เราทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ และควรให้ความร่วมมือกับแนวทางดังกล่าว แล้วก็ได้แต่หวังว่าสักวันสถานการณ์คงจะดีขึ้น เพื่อรอการได้กลับไปใช้ชีวิตในสภาวะปกติอีกครั้ง

       “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” มาตรการหลักที่รัฐบาลตั้งใจใช้เป็นยาแรงในการลดการกระจายและการระบาดของโรคโควิด-19 โดยประกาศให้หลายหน่วยงานปรับแนวทางการทำงานเป็นการทำงานจากที่บ้านแทน หรือที่เรียกกันติดปากว่า “Work From Home (WFH)” และมาตรการนี้ได้ส่งผลให้วิถีชีวิตของนักศึกษาเปลี่ยนไปจากที่ปกติเคยนั่งเรียนในห้องเรียน ต้องมาใช้ระบบออนไลน์ในการเรียนรู้แบบ 100% แทน หรือเรียกว่า “Learning From Home”

 

Learning From Home:  เปลี่ยนวิธี ชีวิตเปลี่ยน

       การเรียนแบบ Learning From Home อาจเหมาะและถูกใจใครหลาย ๆ คน ที่ต้องการใช้เวลาอยู่กับครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการความสงบและสมาธิในการทำงานคนเดียวอยู่ที่บ้าน อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปทำงาน แต่สำหรับใครบางคนอาจไม่เป็นเช่นนั้น สภาพแวดล้อมที่บ้านไม่เอื้ออำนวย ทั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เป็นปัจจัยสำคัญ และการอยู่บ้านแบบครอบครัวใหญ่หลาย ๆ คน หรือแม้กระทั่งการอยู่หอพักกับ Roommate อาจไม่ตอบโจทย์ของการทำงานในรูปแบบนี้ได้ดีนัก รวมถึงตัวผู้เขียนเองที่โดยส่วนตัวเชื่อว่า การทำงานจะออกมามีประสิทธิภาพได้นั้น บรรยากาศการทำงานคือสิ่งสำคัญ การได้นั่งท่ามกลางเพื่อนร่วมงานอีกหลายคน อาจช่วยจุดประกายความคิดหรือไอเดียใหม่ ๆ จากการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนร่วมงานในทันทีได้ดีกว่าการโทรหากันหรือแชทคุยกัน หรือแม้กระทั่ง การได้พักสมองในช่วงเวลาของการเดินไปซื้อกาแฟ และได้พูดคุยกับเพื่อน นอกจากจะได้ผ่อนคลายแล้ว ยังเป็นการได้ขยับร่างกายเพิ่มมากขึ้นไปในตัวอีกด้วย

       นักศึกษารุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันการศึกษาหลายคน เล่าให้ฟังว่า ในช่วง Learning From Home อาจจะเหมาะกว่า นอกจากจะต้องเปลี่ยนวิธีการเรียนมาเป็นการเรียนผ่านทางออนไลน์แล้ว วิถีชีวิตก็ยังเปลี่ยนไปด้วย บ้างก็บอกว่า นอกเหนือจากการเรียนแล้ว ก็คือการนอนดูซีรีย์กันจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน บ้างก็บอกว่าทำอาหารหรือหาของกินจนทำให้น้ำหนักขึ้น หรือในวันหยุดก็ไม่รู้จะทำอะไรนอกจากนอน เป็นต้น และจากการสังเกตความเคลื่อนไหวของผู้คนบนเครือข่าย Facebook ก็พบว่า ผู้คนส่วนใหญ่จะโพสต์ภาพ ข้อความ หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับซีรีย์ หรือคลิปวิดีโอจากแหล่งออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งจากทาง Youtube Netflix หรือตามเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือไม่ก็เล่นแอพพลิเคชั่น TikTok ซึ่งจะมีฟังก์ชั่นให้เลือกทำตามมากมาย ทั้งการลิปซิ้งค์ ไปจนถึงการเต้น หรืออัดคลิปวิดีโอ รวมไปถึงกิจกรรมยอดฮิตไม่แพ้กันก็คือ การที่ได้เห็นหลาย ๆ คนลุกขึ้นมาสวมวิญญาณเป็น Chef กระทะเหล็กทำอาหารโชว์ทางออนไลน์ ส่งผลให้ยอดการใช้อินเทอร์เน็ตจากทุกเครือข่ายในประเทศไทยเพิ่มขึ้นราว 20% และมีอัตราการใช้ที่สูงตลอดทั้งช่วงวัน[i] จึงอาจกล่าวได้ว่า วงจรชีวิตส่วนใหญ่ของคนในช่วงนี้ ในแต่ละวันนอกจากการเรียน ก็จะเป็นการกิน กิน แล้วก็กิน หรือทั้งกิน ทั้งนอนดูคลิปหรือซีรีย์เพลิน ๆ จนลืมจัดสรรเวลาไปขยับเขยื้อนร่างกาย มีกิจกรรมทางกาย ทำงานบ้าน หรือออกกำลังกาย ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ ภาวะความเครียดที่มาจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

       ในทางกลับกัน กลุ่มเพื่อน ๆ ของผู้เขียนที่เป็นพวกทำงานหามรุ่งหามค่ำ ก็เล่าให้ฟังอีกมุมหนึ่งว่าการเรียนหรือทำงานอยู่ที่บ้านส่งผลให้ทำงานหนักมากกว่าเดิม ทั้งประชุมงานออนไลน์ ทั้งงานเอกสารที่ต้องสะสาง แค่เวลาเดินลงจากหอพักไปหาซื้ออะไรกินก็ยากแล้ว งานที่แสนวุ่นวายนั้น ยิ่งทำให้แทบจะไม่ได้ลุกเดินไปไหนเลยก็ว่าได้ นอกจากอยู่ในห้อง ทำงาน กิน แล้วก็นอนเท่านั้น ในบางวัน กระทั่งเวลากินข้าวยังหายาก คงไม่ต้องถามถึงการออกกำลังกาย ว่าจะเอาเวลาที่ไหนไปทำ ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่า ได้ก่อให้เกิดรูปแบบใหม่ของการทำงาน ที่เป็นไปในลักษณะที่สามารถทำงานได้ตลอดเวลาเนื่องจากอยู่บ้าน จะนัดประชุมกันเวลาไหนก็ได้ เพราะคิดว่าไม่ต้องใช้เวลาเดินทาง ส่งผลให้ในบางวันต้องนั่งประชุมงาน คุยงาน ตลอดทั้งวัน จนแทบไม่มีเวลากินข้าวหรือไม่ได้ขยับไปไหนเลย

 

Fit At Home: ทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

       หลายคนอาจคิดว่า การมีกิจกรรมทางกาย การออกกำลังกาย หรือการ Fit From Home ในช่วง LFH นั้น ไม่ใช่เรื่องที่มีความสำคัญลำดับต้น ๆ แต่ผู้เขียนกลับเห็นว่า ในช่วงที่อยู่ที่บ้านนี้ เราก็ไม่ควรที่จะลืมใส่ใจสุขภาพของตนเองด้วย เพราะการ LFH ในแต่ละวันนั้น ส่วนใหญ่พวกเราจะใช้เวลานั่งทำงานหรือจ้องอยู่กับหน้าจอเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ก็นั่ง ๆ นอน ๆ หากจะมีลุกเดินบ้างก็อาจจะเป็นเพียงแค่การเดินไปเดินมาในบ้านเท่านั้น ดังนั้นการทำ Fit From Home จึงน่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเพื่อให้เรารอดจากภัยของโรคโควิด-19

       โดยการออกกำลังกายที่สามารถทำได้ที่บ้านนั้นก็มีหลากหลายประเภท ผู้เขียนไปอ่านเจอข้อแนะนำที่น่าสนใจในการทำ Fit From Home จาก Facebook Page ที่มีชื่อว่า Snootify[ii] และคิดว่าควรนำมาแบ่งปัน เพราะสามารถทำตามได้ง่าย ๆ เหมาะกับช่วง LFH เป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น เต้น Zumba หรือ แอโรบิค ที่ฮอตฮิต และน่าจะถูกใจสำหรับบรรดาสาว ๆ รวมถึงตัวผู้เขียนเองด้วย เพราะสนุก อยากมันส์แค่ไหนก็เลือกเพลงประกอบได้ตามใจชอบ รู้สึกเหมือนไม่ได้ออกกำลังกายจริงจัง แต่จริง ๆ แล้วเรียกเหงื่อท่วมเลยก็ว่าได้ นอกจากจะได้เหงื่อแล้ว ยังคลายเครียดจากงานที่ทำมาทั้งวันอีกด้วย วิธีต่อมาก็ยอดฮิตไม่แพ้กัน นั่นคือ Weight training หรือ Body weight ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย และสามารถทำตามได้จาก Youtube ที่มีให้เลือกสรรมากมาย เช่น โยคะ กระโดดเชือก แพลงกิ้ง คาร์ดิโอ ฯลฯ นอกเหนือจากการออกกำลังกายแบบจริงจังแล้ว การเดิน การวิ่งเบา ๆ ก็ช่วยให้เราได้ขยับกายได้เช่นกัน สำหรับผู้ที่อยู่บ้านและมีพื้นที่มากพอ ก็ลองเดินรอบบ้านดูบ้าง หรือผู้ที่อยู่หอพัก ก็ลองใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ดูบ้าง ลองลุกขึ้นจากเก้าอี้หรือโซฟาตัวโปรดแล้วออกมาขยับร่างกาย อาจทำให้สมองปรอดโปร่งขึ้น ทำงานลื่นไหลขึ้นก็เป็นได้ ขอบอกเลยว่า วิธีนี้ผู้เขียนลองทำแล้วได้ผลจริง นอกจากนั้น วิธีง่าย ๆ และมีประโยชน์ที่หลายคนอาจมองข้าม ก็คือ การทำความสะอาดบ้าน ไม่ว่าจะงานซักผ้า กวาดใบไม้ กวาดบ้าน

       ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ จัดห้อง รวมถึงการจัดสวน ปลูกต้นไม้ ที่เป็นกิจกรรมที่เราทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ หัวใจสำคัญของการทำ Fit From Home นั้นอยู่ที่ เพียงแค่ใช้เวลาในการทำให้ได้ต่อเนื่อง 10 นาทีขึ้นไป สะสมรวมกันให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ได้มากกว่านี้ก็ยิ่งดีต่อสุขภาพของตัวเราเอง

       ส่วนใครที่ชอบที่จะไปมีกิจกรรมกลางแจ้ง มีข้อมูลที่น่าสนใจจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยของเบลเยี่ยมและดัทช์ เกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ในขณะออกกำลังกาย ทั้งการเดิน การวิ่ง การปั่นจักรยาน รายงานว่า ในขณะที่ทำกิจกรรมเหล่านี้ละอองฝอยของเหลวในร่างกายสามารถแพร่กระจายไปได้ไกลกว่าการยืนอยู่เฉย ๆ มากพอควร โดยการไอจามจะทำให้ละอองฝอยของเหลวกระจายไปได้ไกลประมาณ 2 เมตร แต่หากเดินออกกำลังกาย สามารถกระจายไปได้ไกลถึง 4-5 เมตร ส่วนการวิ่งหรือการปั่นจักรยานแบบช้า ๆ จะสามารถกระจายไปได้ไกลถึง 10 เมตร ขณะที่หากปั่นจักรยานแบบเร็ว ๆ ละอองฝอยของเหลวอาจกระจายไปได้ไกลมากถึง 20 เมตรเลยทีเดียว[iii] ดังนั้นหากต้องการที่จะออกไปมีกิจกรรมทางกายนอกบ้าน เราก็จำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องการเว้นระยะห่างให้มากยิ่งขึ้นด้วย ทั้งนี้นอกจากจะช่วยป้องกันตัวเราให้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 แล้ว ในทางกลับกันเราก็ยังได้ช่วยปฏิบัติตนตามมาตรการที่รัฐบาลขอความร่วมมือเพื่อหยุดเชื้อ เพื่อชาติด้วย

       แม้สถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 และการ Learning From Home ที่แสนเหน็ดเหนื่อยจะทำให้วิถีชีวิตของเราต้องปรับเปลี่ยนไปจากปกติ ความเครียด ความเบื่อหน่าย หรือความเหงาที่เกิดขึ้นในช่วงอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ที่มีผลกระทบพวกเราทุก ๆ คนในหลาย ๆ ด้าน แต่ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเราไม่ควรลืมที่จะใส่ใจสุขภาพของตนเอง ทั้งเรื่องการมีกิจกรรมทางกาย และการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อันจะส่งผลต่ออารมณ์ของเรา การกินอาหารที่ดี การได้ลองผ่อนคลายสมองด้วยการ Fit From Home ดูบ้าง ก็จะส่งผลให้อารมณ์ของเรานั้นดีมากยิ่งขึ้น เมื่อเราอารมณ์ดี Learning From Home ก็จะออกมาดีตามไปด้วย…การกักตัวอยู่บ้านทำให้รู้สึกแย่มากพอแล้ว อย่าทำให้ร่างกายแย่ตามไปด้วยเลย…

ความรู้สึกแย่…อาจเยียวยา(ชั่วคราว)ด้วยการกินอาหารอร่อย ๆ หรือดูหนังฟังเพลง
แต่ร่างกายแย่…ไม่ได้รักษาง่ายแบบนั้นแน่นอน!!

 


[i] Ms.นกยูง. (2563). “สภาดิจิทัลฯ” ออกโรง! หนุน 4 แกนหลัก “เทคโนโลยี” ช่วยคนไทยช่วง COVID-19 หลังพบการใช้เน็ตเพิ่ม 10-20% ทุกค่ายมือถือ. สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2563 จาก https://www.marketingoops.com/digital-life/digital-solutions-by-digital-council-of-thailand-in-covid-19/

[ii] Snootify. (2563). 5 ทางเลือกการมีกิจกรรมทางกาย ในช่วงโควิด-19 ระบาด. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2563 จาก https://www.facebook.com/Snootify/photos/a.117225709890046/120972026182081/?type=3&theater

[iii] ข่าวสดออนไลน์. (2563). เปิดภาพงานวิจัย เตือนคนชอบวิ่ง-ปั่น ในสวนสาธารณะ โควิดแพร่ไกล 20 เมตร. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2563 จาก https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_3916633