เปลี่ยนแปลงบรรยากาศ ด้วยสองเท้าที่ปั่น

นันท์สินี ศิริโกสุม

รถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการเดินทางที่สร้างความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ซึ่งเรามักพบตามท้องถนนเป็นจำนวนมาก แต่เราทราบหรือไม่ว่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนมีอยู่มากเท่าใด [1] จากข้อมูลของกลุ่มสถิติการขนส่งพบว่า จำนวนรถที่จดทะเบียนสะสมทั่วประเทศไทย ประจำปี 2561 รายงานว่า มีจำนวนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 20,887,785 คัน และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน 9,362,259 คัน เมื่อเทียบกับปี 2562 มีรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 21,222,053 คัน และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จำนวน 9,985,879 คัน แสดงให้เห็นว่าประชากรไทยมีการขับขี่รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ในการเดินทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 และ ร้อยละ 6.66

จากข้อมูลสถานการณ์ข้างต้น ที่มีการขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น จากควันที่ปล่อยออกมาจากท่อไอเสียโดยเฉพาะในช่วงที่มีการจราจรติดขัด ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ [2] ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ฝุ่นละลองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน สารตะกั่วและก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โดยสารก่อมลพิษทางอากาศเหล่านั้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง  อีกทั้งยังลดความสามารถของเลือดในการนำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ  อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ นอกจากนั้น ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ป่าไม้ แหล่งน้ำ สิ่งมีชีวิต และกัดกร่อนอาคารโบราณสถาน อีกทั้งเสียงจากท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ที่ดังเกินไป อาจก่อให้เกิดความรำคาญ รบกวนการสื่อสารที่ใช้เสียง ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน และการเรียนรู้ ก่อให้เกิดความเครียด และความผิดพลาดในการทำงาน [3] รวมถึงอาจเป็นอันตรายต่อระบบการได้ยิน และเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง

จะดีกว่าหรือไม่ หากเราเปลี่ยนการเดินทางจากการขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์ มาเป็นการปั่นจักรยาน นอกจากจะลดมลภาวะทางอากาศ เสียง ผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวให้กับร่างกายด้วย ยกตัวอย่างเช่น [4] เมืองสตอกโฮล์ม ที่มีการศึกษารูปแบบการขนส่งเพื่อใช้ข้อมูลในการกำหนดการเดินทาง แสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพในการลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ และลดการสัมผัสมลพิษทางอากาศ หากผู้ขับขี่รถทุกคนที่อาศัยอยู่ในระยะทางที่เทียบเท่ากับการปั่นจักรยาน 30 นาที เพื่อไปทำงานด้วยการเปลี่ยนการเดินทางมาเป็นจักรยาน จะส่งผลให้มีนักปั่นหน้าใหม่มากกว่า 111,000 คน เมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน หากเปลี่ยนการเดินทางด้วยรถยนต์มาเป็นการเดินทางด้วยจักรยาน สามารถช่วยให้ประชากรจำนวนมากกว่า 111,000 คน ซึ่งสามารถลดการสัมผัสมลพิษทางอากาศ โดยเฉลี่ยประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ สำหรับก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน และเขม่าดำ หรือคาร์บอน และรักษาชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นได้มากกว่า 449 ปีในทุก ๆ ปี

การเดินทางในชีวิตประจำวัน เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนหันมาปั่นจักรยานมากขึ้น  [5] จากผลการศึกษา ของการสร้างความสัมพันธ์ด้านสิ่งแวดล้อมในการปั่นจักรยานสำหรับการคมนาคมทั่วยุโรป พบว่า ถนนซึ่งมีการจำกัดความเร็วอยู่ที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และการมีเลนจักรยาน สัมพันธ์กับการปั่นจักรยานเพื่อการคมนาคมมากขึ้น โดยไม่ต้องมีเครื่องควบคุมการจราจร อีกทั้งผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านที่มีลักษณะการจราจรที่ไม่พลุกพล่าน มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมในการปั่นจักรยาน เพื่อการคมนาคมขนส่งมากกว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านที่มีลักษณะการจราจรพลุกพล่าน แต่ก็มีอุปสรรคในเรื่องของขยะ และที่จอดรถ ซึ่งทำให้ยากต่อการปั่นจักรยานบนท้องถนน

จากตัวอย่างที่ยกมานำเสนอข้างต้น หากหน่วยงานภาครัฐและประชาชนนำมาปฏิบัติ และส่งเสริมให้การปั่นจักรยานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในการเดินทางของเรา ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายที่ได้มีการเคลื่อนไหว ขยับร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยด้วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉง อีกทั้งยังช่วยลดมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น ควัน และเสียง โดยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้

1. จำกัดความเร็วบนท้องถนนให้อยู่ที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

2. มีเลนไว้สำหรับปั่นจักรยาน

3. ไม่จอดรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ในบริเวณพื้นที่เลนจักรยาน

4. รักษาความสะอาด โดยการไม่ทิ้งขยะลงบนเลนจักรยาน

เพราะฉะนั้นจากข้อเสนอแนะข้างต้น  ในเรื่องของการจำกัดความเร็วบนท้องถนนให้อยู่ที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การมีเลนไว้สำหรับปั่นจักรยาน การปฏิบัติตนของเราที่ควรไม่ทิ้งขยะตามถนน เลนจักรยาน เมื่อถนนสะอาด สภาพแวดล้อมในการปั่นจักรยานเอื้ออำนวย ประชนชนก็อยากที่จะออกมาปั่นจักรยาน ในการจอดรถยนต์บนเลนจักรยาน ซึ่งเป็นการไปขัดขวางผู้ที่ปั่นจักรยานไปมา อันเป็นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุในกรณีที่มีการเปิดประตูรถอาจไปปะทะกับผู้ที่ปั่นจักรยานจนได้รับการบาดเจ็บ หน่วยงานภาครัฐและประชาชน ควรให้ความร่วมมือกันในการปฏิบัติตามข้อแนะนำและส่งเสริมการปั่นจักรยาน เพื่อลดมลพิษทางอากาศ สร้างบรรยากาศที่ดีต่อสุขภาพของเรา


อ้างอิงจาก

[1] กรมการขนส่งทางบก. (2562). รายงานสถิติการขนส่งประจำปี 2562. เข้าถึงเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2563. จาก https://web.dlt.go.th/statistics/plugins/UploadiFive/uploads/18bc90a956da8e5e0ee4b9176d5b991b94e33dad9717c16005bab2d507472d89.pdf

[2] กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม. (2563). มลพิษทางอากาศ. เข้าถึงเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2563. จาก https://datacenter.deqp.go.th/knowledge/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8/%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%9E-%E0%B8%A9%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8/

[3] กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม. (2563). อันตรายที่เกิดจากเสียง. เข้าถึงเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2563. จาก https://datacenter.deqp.go.th/knowledge/%E0%B9%80%E0%B8%AA-%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA-%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97-%E0%B8%AD%E0%B8%99/%E0%B8%AD-%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97-%E0%B9%80%E0%B8%81-%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA-%E0%B8%A2%E0%B8%87/

[4] Johansson C, Lövenheim B, Schantz P, Wahlgren L, Almström P, Markstedt A, et al. Science of the Total Environment Impacts on air pollution and health by changing commuting from car to bicycle. Sci Total Environ [Internet]. The Authors; 2017;584–585:55–63. Available from: https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0048969717301559

[5]  Mertens L, Deforche B, Mackenbach JD, Lakerveld J, Brug J, Roda C, et al. Health & Place Built environmental correlates of cycling for transport across Europe. 2017;44(April 2016):35–42. Available from: https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1353829217300679