Best Buys: ประเทศไทย ซื้ออะไรดี

อ.บอล ปิยวัฒน์

การลงทุนทางนโยบาย เป็นเรื่องที่ไม่แตกต่างกับการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน ที่จะต้องมีการเลือกสรรข้าวของเครื่องใช้ที่มีความคุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุดเท่าที่จะเลือกได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชอปปิงสินค้า ยานพาหนะ หรือที่อยู่อาศัย ที่ต้องพิจารณาทั้งคุณภาพและราคาที่คุ้มที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตถดถอย การที่รัฐจะเลือกหยิบเอานโยบายใดนโยบายหนึ่งมาดำเนินการก็จำเป็นต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนภายใต้กรอบการวิเคราะห์และประเมินผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศอย่างรัดกุม เพื่อให้เม็ดเงินงบประมาณที่ลงทุนไปสามารถก่อผลตามเป้าหมายที่คาดหวังให้มากที่สุด

ในมิติทางด้านการส่งเสริมสุขภาพ ปัจจุบันทิศทางการลงทุนทางนโยบายในเรื่องดังกล่าวนี้ส่วนใหญ่จะให้น้ำหนักไปที่การป้องกันและควบคุมการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) โดยทางองค์การอนามัยโลกได้จัดทำคำแนะนำในการดำเนินนโยบายที่ครอบคลุมปัจจัยเสี่ยง 4 ด้านของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้แก่ 1) การใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2) การบริโภคเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณอันตราย 3) การกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และ 4) การขาดกิจกรรมทางกาย (1) โดยระบุว่าจากมาตรการที่แนะนำไว้ทั้งหมด 88 มาตรการนั้น ในจำนวนดังกล่าวมีอยู่ 16 มาตรการที่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด (Best Buys Policy) ทั้งนี้เสนอให้ประเทศสมาชิกได้นำข้อเสนอดังกล่าวนี้ไปพิจารณาเทียบเคียงกับบริบทของประเทศตนว่ามาตรการใดจะให้ผลตอบแทนสูงที่สุด

 

แล้วผลตอบแทนสูงที่สุด จะพิจารณาจากอะไรดี ?

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางองค์การอนามัยโลกซึ่งเป็นผู้เสนอแนะแนวทางได้ชี้แจงว่า การพิจารณาจากความคุ้มค่าเชิงต้นทุนประสิทธิผล (Cost-Effectiveness) ที่เปรียบเทียบระหว่างต้นทุนของการดำเนินการกับผลลัพธ์เชิงประสิทธิผลที่เกิดขึ้น (ซึ่งในที่นี้คือผลลัพธ์ทางสุขภาพ) จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจได้ดีที่สุด และเป็นการลดและป้องกันอคติที่เกิดจากความชอบและความเชื่อของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเชิงนโยบายได้ ทั้งนี้หากจะมองให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาอีกนิด ก็คือ นโยบายที่เป็น Best Buys นี้ จะมีอัตราส่วนต้นทุนต่อประสิทธิผลอยู่ที่ การลงทุนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 ดอลลาร์ระหว่างประเทศ (2) ต่อ 1 ปีการสูญเสียสุขภาวะ หรือกล่าวให้เข้าใจง่ายขึ้นคือ ในทุกๆ การลงทุนที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 3,000 บาท หากสามารถไปลดจำนวนปการสูญเสียปีสุขภาวะ (สูญเสียเวลาของการมีชีวิตอยู่อย่างมีสุขภาวะไปด้วยสาเหตุจากการตาย พิการทุพพลภาพ และเจ็บป่วย) ของประชากรรวมได้ 1 ปี ก็จะนับว่า นโยบายนั้นเป็น Best Buys และมีความคุ้มค่าอย่างยิ่งต่อการลงทุน

 

16 มาตรการ Best Buys สำหรับการป้องกันและควบคุม NCDs มีอะไรบ้าง
และประเทศไทยเราทำอะไรไปแล้วบ้าง ลองมาดูกันหน่อย

จากข้อมูลในตารางข้างต้น อาจกล่าวได้ว่า ในภาพรวมประเทศไทยได้มีการดำเนินนโยบายด้านการป้องกันและควบคุมการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็น Best Buys ไปแล้วเกือบทุกรายการ และหากพิจารณาจากข้อมูลการติดตามความก้าวหน้าขององค์การอนามัยโลกในปี 2560 ประเทศไทยได้รับการประเมินให้มีผลการดำเนินงานที่มีความก้าวหน้าเป็นอันดับ 3 ของโลก ร่วมกับประเทศฟินแลนด์และนอร์เวย์ และเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน (4) อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากมุมมองการรับรู้ที่มีต่อการดำเนินงานและผลการดำเนินงานของนโยบายต่างๆ ของตัวผู้เขียนเองมองว่า มี 7 มาตรการจากทั้งหมด 16 มาตรการ (เกือบครึ่งหนึ่ง) ที่ยังขาดความชัดเจนด้านการดำเนินงาน รวมถึงบางประเด็นยังขาดความต่อเนื่อง คือ มีการดำเนินการอยู่เพียงแต่ทำเป็นบางช่วงแล้วก็หยุดไปทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความตระหนักรู้ หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขณะที่ประเด็นเรื่องของการห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะเพื่อป้องกันควันบุหรี่มือสอง แม้นว่าจะมีกฏหมายที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ทว่าการบังคับใช้กฏหมายกลับขาดความเข้มงวด ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของนโยบายโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเกี่ยวกับการกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และการขาดกิจกรรมทางกายที่ดูเหมือนว่า แม้นจะมีการดำเนินงานอยู่บ้างแต่ก็ยังขาดความความชัดเจนและความต่อเนื่องในการดำเนินงานในระดับประเทศ จำเป็นต้องมีการระดมพลังการทำงานจากทุกภาคส่วนในการสร้างความร่วมมือทั้งที่เป็นกลไกเชิงนโยบาย วิชาการ รวมไปถึงกลไกภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้การใช้งบประมาณของประเทศเพื่อการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่นับเป็นงบประมาณจำนวนมหาศาลยังคงถูกใช้ไปอย่างต่อเนื่องบนแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี ด้วยเหตุนี้ อาจถึงเวลาที่การพิจารณาใช้งบประมาณของประเทศไทย จำเป็นต้องเร่งทบทวนและมุ่งเป้าที่การลงทุนทางนโยบายในกลุ่มที่เป็น Best Buys อย่างจริงจัง ภายใต้กระบวนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดด้านการลงทุนทางนโยบายของประเทศ

…..

บทความโดย อ.บอล ปิยวัฒน์

คอลัมน์ Inspiring Polisee…ส่องนโยบายกิจกรรมทางกายดีดีทั่วโลก นำเสนอบทความเกี่ยวกับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกิจกรรมทางกาย พฤติกรรมเนือยนิ่ง และพฤติกรรมสุขภาพที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เขียนจะค้นหาประเด็นเชิงนโยบายที่น่าสนใจและนำมาเล่าสู่กันฟัง (อย่างไม่บิดเบือนเนื้อหา) เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การตระหนักขบคิด สร้างแรงบันดาลใจ และแรงกระตุ้นต่อการขับเคลื่อนนโยบายในสังคมไทยให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น เนื้อหาในบทความส่วนหนึ่งจะประกอบด้วยความเห็น การตีความ และการเสนอความเห็นของผู้เขียนที่ตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิชาการและการวิจัยเป็นหลัก โดยท่านสามารถศึกษารายละเอียดจากแหล่งข้อมูลต้นฉบับได้จากรายการอ้างอิงท้ายบทความ


เอกสารอ้างอิง

1. World Health Organization. Purchasing Power Parity 2005. 2005; Available from: https://www.who.int/choice/costs/ppp/en/.

2. World Health Organization, Tackling NCDs: ‘best buys’ and other recommended interventions for the prevention and control of noncommunicable diseases. 2017, World Health Organization: Geneva.

3. World Health Organization, Noncommunicable Diseases Progress Monitor, 2017. 2017.

4. สำนักโรคไม่ติดต่อ, สถานการณ์การดาเนินงานด้านการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs) (Situation on NCDs Prevention and Control in Thailand). 2561, นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.