22 พฤษภาคม 2569

ข่าวประชาสัมพันธ์, ประชาสัมพันธ์

ทีแพค ม.มหิดล ร่วมกับ สสส., สสจ. อุบลราชธานี และวพบ.สรรพสิทธิประสงค์. ร่วมจัดการประชุมชี้แจงรายละเอียดและแนวทางการเข้าร่วม “ต้นแบบการขยายผลระดับนโยบายโรงเรียนส่งเสริมกิจกรรมทางกายแบบองค์รวม (Whole-of-School Approach to Physical Activity: WoSPA)”

 

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (ทีแพค) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ร่วมจัดเวทีชี้แจงรายละเอียด ต้นแบบการขยายผลระดับนโยบายโรงเรียนส่งเสริมกิจกรรมทางกายแบบองค์รวม (Whole-of-School Approach to Physical Activity: WoSPA) ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อยกระดับโรงเรียนที่เข้าร่วมสู่การเป็นโรงเรียนต้นแบบของจังหวัดในการสร้างสรรค์องค์ความรู้ หรือนวัตกรรมสำหรับส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียนแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาครูและผู้บริหารให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงผ่านการสนับสนุนจากเครือข่ายการทำงานของจังหวัด ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและครูมากกว่า 60 โรงเรียน เข้าร่วมการประชุม รวมทั้งสิ้น 185 คน การประชุมนี้ได้รับเกียรติจาก คุณหรรษา ชื่นชูผล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกล่าวเปิดการประชุม พร้อมนำเสนอที่มา ความสำคัญ และสถานการณ์กิจกรรมทางกายในโรงเรียนของจังหวัดอุบลราชธานี

ภายในเวทีดังกล่าว คุณนิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สำนัก 5) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมบรรยายถึงบทบาทของ สสส. ในการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กและวัยรุ่นไทยในหลากหลายมิติ ทั้งด้านนโยบาย การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ตลอดจนการออกแบบพื้นที่และสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสม

ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (ทีแพค) ได้นำเสนอข้อมูลสถานการณ์กิจกรรมทางกายในเด็กและวัยรุ่นไทย ซึ่งยังคงเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมเนือยนิ่งและการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ พร้อมสะท้อนบทบาทสำคัญของโรงเรียนในการเป็นพื้นที่สร้างเสริมสุขภาวะของเด็กและเยาวชน โดยได้นำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับประโยชน์ของการมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายและสมรรถภาพทางกายแล้ว ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิต สมาธิ การเรียนรู้ ความฉลาดทางอารมณ์ และพัฒนาการทางสังคม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว.

ต่อมา คุณปัญญา ชูเลิศ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยและพัฒนา ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (ทีแพค) ได้นำเสนอแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียนแบบองค์รวม ตลอดจนขั้นตอนและเป้าหมายการดำเนินงานของโครงการ พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กและวัยรุ่นไทย รวมถึงประโยชน์และผลลัพธ์ที่โรงเรียนจะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุลธิดา กุลประฑีปัญญา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ร่วมกล่าวถึงแนวทางการสนับสนุนการดำเนินงาน การติดตามผล และการเสริมศักยภาพภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และสามารถบรรลุเป้าประสงค์ของโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานตามแนวคิดการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียนแบบองค์รวม ให้แก่โรงเรียนที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นโรงเรียนต้นแบบการขยายผลระดับนโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียนแบบองค์รวม (Whole-of-School Approach to Physical Activity: WoSPA) รวมถึงร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาระบบติดตามและประเมินผล การเสริมสร้างศักยภาพ และกลไกสนับสนุนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ภายใต้ยุทธศาสตร์ Specific Area-Based Health Promotion อย่างเป็นระบบและยั่งยืน